สไตล์บ้าน

สไตล์บ้าน
สไตล์บ้าน

สไตล์บ้าน

สไตล์บ้าน การออกแบบบ้านให้ตรงใจนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องฟังก์ชั่นที่จะตอบโจทย์การใช้สอยของคนในบ้านแล้ว ความสวยงามและสไตล์บ้านก็เป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญ สามารถบ่งบอกความชอบ ตัวตน และรสนิยมของเจ้าของบ้านแต่ละคน สิ่งที่รวมกันเกิดเป็นสไตล์บ้านนั้นประกอบไปด้วย รูปร่างภายนอก รูปทรงหลังคา การตกแต่งภายนอกและภายใน การเลือกใช้วัสดุ โทนสีที่ใช้ รวมทั้งการจัดตกแต่งสวนและบริเวณโดยรอบบ้าน

“บ้าน” ไม่ใช่เพียงแค่เป็นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อน และเปรียบเสมือน Save Zone สำหรับใครหลาย ๆ คน เมื่อถึงเวลาสร้างบ้าน จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกสิ่งที่ชอบ หนึ่งในนั้นก็คือการเลือกรูปแบบสไตล์บ้านที่ใช่ วันนี้พี่ตี้จึงอยากจะแนะนำ สไตล์บ้านสวย ๆ ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างลงตัว ให้คุณได้เก็บไว้เป็นตัวอย่างเผื่อการสร้าง บ้าน ในอนาคต ถ้าพร้อมแล้วเรามาชมกันเลยครับ

สไตล์บ้านสวย ๆ ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างลงตัว

บ้านสไตล์คลาสสิก (Classic Stlye)

สไตล์บ้าน

บ้านสไตล์คลาสสิกเป็นบ้านที่อาศัยงานฝีมือชั้นสูงสไตล์ตะวันตกที่เน้นความสง่างามของรูปทรง มีความอ่อนช้อยของลวดลายประดับที่ซับซ้อนสวยงาม องค์ประกอบหลักมักมาจากเส้นสายของเถาวัลย์ ใบไม้ ดอกไม้ ขดเรียงตัวต่อเนื่องกัน เน้นการใช้โทนสี ขาว ดำ น้ำตาล ครีม เงิน และทอง

จากมุมมองภายนอก จะมองเห็นความยิ่งใหญ่ของตัวสถาปัตยกรรม ที่มีการดึงองค์ประกอบบางส่วนมาจากงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ที่ประกอบไปด้วยเสาโบราณของสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกที่งดงามเรียงตัวเป็นจังหวะ ซึ่งแบ่งออกเป็น เสาดอริก เสาไอออนิก และ เสาคอรินเทียน ที่รูปแบบการตกแต่งบริเวณหัวเสาจะแตกต่างกัน

การตกแต่งด้วยงานปูนปั้นโดยรอบอาคารที่ถูกปั้นแต่งและขัดเกลาอย่างประณีต หลังคานิยมรูปทรงจั่วหรือปั้นหยาที่มุงด้วยกระเบื้องแบบมีรูปลอน อาจมีบางส่วนที่ใช้หลังคารูปโค้งทรงโดม บริเวณโดยรอบบ้านมีการจัดสวนและลานสนามกว้างที่ตกแต่งด้วยงานประติมากรรมลอยตัวสไตล์ยุโรป เช่น รูปปั้นเด็กกรีก ม้า บ่อน้ำพุ และแลนด์สเคปที่เป็นระเบียบสวยงาม รั้วส่วนใหญ่จะนิยมใช้รั้วเหล็กสไตล์ยุโรปที่มีรายละเอียดอ่อนช้อยรับกับตัวบ้านสไตล์คลาสสิก

​สเปซภายในมีความโอ่อ่าอลังการด้วยระดับความสูงฝ้าที่มากกว่าปกติ มีการตกแต่งด้วยของประดับมีราคา เฟอร์นิเจอร์หรูหราอาศัยฝีมือช่างอันประณีตในการกลึงแกะสลักตกแต่งที่บางคนรู้จักกันดีว่า “ชุดเฟอร์นิเจอร์หลุยส์” บุเก้าอี้และโซฟาบุเบาะนุ่มคลุมด้วยผ้าทอที่มีให้เลือกตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงลวดลายดอกไม้ซับซ้อน บางส่วนจะมีการดึงหมุด

เช่น ส่วนพนักพิงเก้าอี้ หรือบริเวณหัวเตียง โต๊ะถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ เชิงเทียน และโคมไฟเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นและสุนทรีย์ แต่ละห้องก็มีความพิเศษสวยงามไม่แพ้กัน เช่น ห้องน้ำ นิยมใช้อ่างอาบน้ำแบบลอยตัว รวมทั้งอ่างแบบขาสิงห์เพิ่มความสง่างาม อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ในบ้านก็มีรายละเอียดน่าสนใจ เช่น ลูกบิดประตูประดับด้วยลายนูนต่ำ ห่วงเคาะประตูหัวสิงห์ เป็นต้น

พื้นนิยมปูด้วยหินอ่อน กระเบื้องแกรนิโต้ ไม้ รวมทั้งงานหินขัด (เทอร์ราซโซ) ที่วาดลวดลายซับซ้อน บางพื้นที่จะมีการปูทับด้วยพรมทอลายคลาสสิก พรมขนสัตว์หรือหนังสัตว์ แต่งเติมงานปูนปั้นประดับบนผนังไล่ไปจนถึงฝ้าเพดาน ที่มีโคมไฟขนาดใหญ่ส่องแสงระยิบระยับห้อยระย้าลงมาจากด้านบน บางบ้านจะมีโถงบันไดเวียนขนาดใหญ่เส้นสายโค้งงอนนำสายตาผู้มาเยือนจากชั้นล่างขึ้นไปสู่ด้านบน งานออกแบบสไตล์คลาสสิกที่มีท่วงท่าของความประณีตอ่อนช้อยด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยม หรูหราสง่างามด้วยสเปซที่โอ่โถง และยังคงเป็นสไตล์ในฝันของใครหลายคนจวบจนปัจจุบัน

บ้านสไตล์โมเดิร์น(Modern Style)

สไตล์บ้าน

บ้านสไตล์โมเดิร์น(Modern Style) เป็นรูปแบบของ บ้าน อีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในการก่อสร้างในปัจจุบัน เนื่องจากวัสดุก่อสร้างในอดีตอย่างไม้ที่หาได้มากมายนั้นกลับเริ่มหาได้ยากและมีราคาสูงในปัจจุบัน บ้านโมเดิร์นจึงเป็นแบบบ้านที่เน้นการนำเอาวัสดุในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มาใช้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง โดยเฉพาะในส่วนของการใช้เหล็กและกระจกเป็นจุดเด่นของบ้าน นอกจากนั้นลักษณะเด่นคือความหรูหราในความเรียบง่าย

กล่าวคือเรียบง่ายในรูปทรงของบ้านที่เป็นรูปแบบทรงเลขาคณิตไม่ซับซ้อน ส่งผลทำให้การก่อสร้างส่วนโครงสร้างทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะส่วนหลังคา ที่มัดทำในรูปแบบทรงแหงน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า หลังคาทรงอื่นๆได้มากถึง 40% เนื่องจากโดยมากจะใช้วัสดุหลังคาแผ่นเหล็กหรือ Metal sheet มาใช้จึงมุงได้ง่ายและประหยัดเหล็กโครงสร้างได้อย่างมาก

โดยปกติการออกแบบลักษณะภายในของ บ้าน สไตล์โมเดิร์น จะเน้นความโปร่งโล่ง ออกแบบเป็นพื้นที่โล่ง ไม่นิยมการก่อผนังกั้นมากเหมือนบ้านรูปทรงอื่น รวมถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายและไม่เยอะมากเกินไป ความประหยัดของการสร้างบ้านแบบโมเดิร์นนอกจากจะประหยัดในส่วนหลังคาแล้ว

ยังอาจจะรวมถึงการสร้างผนังแบบปูนเปลือยที่ไม่จำเป็นต้องทาสี หรือพื้นปนเปลือย ที่ไม่จำเป็นต้องปูกระเบื้อง ทำให้ประหยัดงบประมาณอย่างมาก หรือแม้กระทั่งส่วนเพดานซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องทำฝ้าเพดานเหมือนบ้านรูปทรงปกติ แต่อาศัยการเดินท่อลอยบนพื้นสำเร็จรูปซึ่งมักพบเห็นได้ทั่วไป เช่นร้านกาแฟ หรือร้านที่ออกแบบในรูปทรงสมัยใหม่ต่าง ๆ

บ้านสไตล์โคโรเนียล (Colonial Style)

สไตล์ บ้าน

สไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) เป็นศิลปะแบบตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5-6 ซึ่งอยู่ในยุคล่าอาณานิคม ชาวตะวันตกจะมีการปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ในเมืองขึ้นของตน รูปแบบอาคารสมัยนั้นจึงมีการผสมระหว่างความเป็นตะวันตกกับความเป็นพื้นถิ่นของประเทศนั้น ๆ สำหรับประเทศไทยเองถึงแม้ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติใดๆ แต่ก็ยังคงได้รับอิทธิพลด้วยเช่นกัน”

ผู้คนสมัยนั้นเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ติดปากว่า “ตึกฝรั่ง” หรือรู้จักกันดีว่าเป็น “สถาปัตยกรรมอาณานิคม” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกลุ่มคลาสสิก นอกจากนี้ยังมีบางส่วนได้รับอิทธิพลจากกลุ่มโรแมนติกที่นิยมประดับตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุที่เรียกกันว่า “เรือนขนมปังขิง” เป็นรูปแบบที่เข้ามาพร้อมกลุ่มมิชชันนารีซึ่งเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนอาณานิคมและดินแดนใกล้เคียง ดังนั้น “สถาปัตยกรรมแบบมิชชันนารี” จึงถูกจัดไว้ในกลุ่มนี้ด้วย อุปกรณ์ตกแต่ง

ลักษณะเด่นของรูปทรงอาคารโคโลเนียล คือ มีระเบียงกว้างที่มีเสามารองรับชายคาเรียงตัวกันเป็นจังหวะ ตัวบ้านนิยมใช้โทนสีอ่อนหรือสีพาสเทล อย่างเช่นสีขาว สีครีมงาช้าง เขียวอ่อน ชมพูอ่อน และฟ้าอ่อน ผนังส่วนใหญ่เป็น “ผนังไม้ตีซ้อนเกล็ด” สลับกับผนังปูน อาจมีการประดับตกแต่งด้วยบัวปูนปั้นรอบชายคา และองค์ประกอบของเสาที่บางครั้งก็มีการลดทอนจากเสาโรมัน รั้วนอกบ้านและราวระเบียงนิยมใช้ไม้ทาสีขาวมาเรียงกันเป็นจังหวะที่เรียบง่าย

ประตูและหน้าต่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน นิยมใช้ทั้งทรงสี่เหลี่ยมและทรงโค้งรูปเกือกม้า มักเพิ่มรายละเอียดด้วยเส้นประดับลูกฟักเพื่อแบ่งช่องประตูและหน้าต่างให้ดูน่าสนใจ อาจประดับตกแต่งด้วยบัวปูนปั้นรอบกรอบหน้าต่าง หรือเพิ่มความอ่อนช้อยด้วยไม้ฉลุลายด้านบน และเปิดรับความสดชื่นนอกหน้าต่างด้วยกระบะดอกไม้สีสันสดใส เชื่อมโยงกับสวนภายนอกบ้านที่พัฒนาจากสวนสไตล์คลาสสิก แต่ลดทอนความเป็นทางการและความสมมาตรให้น้อยลง ดูรื่นรมย์เป็นธรรมชาติ home

บ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style)

สไตล์ บ้าน

“คนเราอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาตั้งแต่ในอดีตที่โลกเรายังไม่มีวิวัฒนาการหรือเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า และปัจจุบันบ้านสไตล์เนเชอรัลก็เป็นที่นิยมไม่แพ้สไตล์อื่น เนื่องจากคนเรายังคงโหยหาอยากใกล้ชิดธรรมชาติ บ้านสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่อยู่ตามป่าเขาหรือชายทะเล โดยถูกออกแบบให้ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างกลมกลืน”

บ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) หรือบ้านสไตล์ธรรมชาติ จึงเป็นการนำสิ่งรอบตัวมาประยุกต์ใช้ในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ ใบไม้ หินต่างๆ รวมถึงวัสดุที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น ไม้เทียม หรือ ไม้สังเคราะห์ ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อทดแทนการใช้ไม้จริง เนื่องจากในปัจจุบันการนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

การตกแต่งภายในจะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบขึ้นรูปจากธรรมชาติเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี่นั่ง เตียงนอน รวมถึงโคมไฟและของตกแต่งอื่นๆ โดยส่วนใหญ่จะไม่ทาสีทับ เพื่อให้เห็นสีธรรมชาติของวัสดุที่มีความสวยงามในตัวเอง เช่น สีครีมหรือน้ำตาลของไม้ สีเทาของหิน เป็นต้น และอาจมีการประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้จริงเพิ่มความสดชื่น

ตัวโครงสร้างเอง เช่น เสา คาน สามารถเป็นได้ทั้งคอนกรีตหรือเหล็กเพื่อความคงทนแข็งแรง แล้วอาจปิดผิวด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน หรือไม้ หากเป็นโครงสร้างไม้ก็จะมีการโชว์โครงสร้างไม้ให้เห็นชัดเจน ผนังบ้านจะใช้การก่ออิฐ ซึ่งผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ เช่น ดินเหนียว ทราย แกลบ และน้ำ โดยมีทั้งที่ฉาบปูนทับหรือการก่ออิฐโชว์แนวที่สวยงาม หรือกรุด้วยฝาไม้ รวมทั้งการทำผนังปูนให้มีผิวสัมผัสธรรมชาติ หรือพิมพ์ลายบนผนังปูน เช่น ลายใบไม้ ลายริ้วหิน เป็นต้น

มีการใช้หน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ และช่วยให้มองเห็นวิวและทัศนียภาพภายนอก ผสานกับการใช้ไม้ระแนงเป็นแผงบังตานอกจากจะสวยงามแล้วยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกด้วย หลังคาเองก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ วัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้กันคือ “หลังคาไม้” ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “ไม้แป้นเกล็ด” มีลักษณะเป็นไม้แผ่นบาง ถูกเซาะจากท่อนไม้ มีผิวสัมผัสเป็นร่องลึกสวยงาม นิยมมุงหลังคาในแนวสลับคล้ายแนวเกล็ดปลา ปัจจุบันมีวัสดุทดแทนที่ถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนไม้ธรรมชาติหลายชนิดให้เลือกใช้กัน เช่น กระเบื้องที่มีเท็กซเจอร์เหมือนไม้ กระเบื้องดินเผา เป็นต้น

บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ (Farmhouse style)

สไตล์

บ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ หรือบ้านสไตล์โรงนาของประเทศแถบตะวันตก มีที่มาคือการเปลี่ยนโรงนา ให้กลายมาเป็นที่พักอาศัย ลักษณะภายนอกเป็น บ้าน ทรงสูง ที่ไม่ต่างอะไรกับลักษณะของโรงนาเลย เมื่อเปลี่ยนมาเป็นบ้าน ส่วนมากจะสร้างเป็นรูปแบบชั้นครึ่ง เพื่อให้บ้านดูโล่ง วัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างคือไม้ ประกอบกลับเหล็ก อิฐแดง และกระจก

เพื่อรับแสงจากธรรมชาติ ซึ่งการตกแต่งภายในของบ้านสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์มักตกแต่งด้วยสไตล์รัสติก และสไตล์ลอฟท์ ที่เปลือยผิววัสดุ ดูเก่า ดิบ เท่ เสมือนเป็นบ้านที่มาจากโรงนาจริง ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบบ้านไร่ในชนบท หรือสไตล์โมเดิร์นที่เน้นโทนสว่าง ก็ดูอบอุ่น น่ารักไปอีกแบบ ซึ่งบ้านสไตล์นี้จะมีความคล้ายคลึงกับสไตล์ทิวดอร์เล็กน้อย