การผสมสีทาบ้าน
บทความที่น่าสนใจ

การผสมสีทาบ้าน

การผสมสีทาบ้าน

การผสมสีทาบ้าน

การผสมสีทาบ้าน ถ้าเอ่ยถึง “สีทาบ้าน” นั้นนับเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้กับบ้านของเรามีความสวยงามเพิ่มมากขึ้น ไม่แพ้องค์ประกอบอื่นๆแต่เดี๋ยวก่อนที่จะยกหูโทรศัพท์ไปว่าจ้างและโยนงานทั้งหมดไปให้ช่างสีแล้วรอดูผลเมื่องานเสร็จ คุณรู้ไหมว่าการทาสี บ้านนั้นเพียงถ้ารู้หลักของการทาสีบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ คุณก็สามารถทาสีบ้านหลังโปรดนี้ของคุณได้ ไม่แพ้ช่างสีเหมือนกัน แถมยังได้สีที่ถูกใจจนอยากจะกด Like รัว ๆ และได้ความภาคภูมิใจกับบ้านหลังนี้ว่าฉันทาสี บ้าน เองมากับมือเชียวนะ!

เทคนิคการทาสีบ้านด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าไม่ใช่ช่างสี แต่เชื่อสิเพียงคุณอ่านบทความนี้จนจบ ก็สามารถไปช้อปสีมารีโนเวทบ้านให้มีสีแจ่มๆ ได้อย่างไม่ยาก ด้วยตัวเอง เพราะไม่ใช่แต่เพียงตัวโครงสร้างบ้านเท่านั้นที่สร้างความสวยงาม หรือทำบ้านให้น่าสนใจ สีบ้านก็เป็นอีกหนึ่ง ปัจจัย ที่สามารถช่วยให้บ้านของคุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้เช่นกัน การทาสีบ้านในแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายพอสมควร ในการ เลือกสีทาบ้านให้ถูกใจไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่เราต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมถึงการใช้งาน สไตล์การตกแต่งบ้าน

สีของเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ลักษณะภูมิประเทศ เช่น บ้านที่อยู่ในโซนสวน หรือภูเขามักใช้สีโทนเขียวเข้ม น้ำตาลอ่อน น้ำตาลแก่ เพื่อเข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ส่วนบ้านที่อยู่ในแถบชายทะเลมักจะทาสีโทนฟ้า ขาว เขียวน้ำทะเล เพื่อกลมกลืนไปกับบรรยากาศชายทะเล บ้านที่อยู่ในแถบเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมโบราณ ก็ควรใช้สีโทนที่ไปในทิศทาง ละแวกนั้นไม่ใช่ใช้สีที่โดดเด่น หรือจัดจ้านจนเกินไปจนไปทำลายทัศนียภาพที่สวยงามของชุมชน

เตรียมตัวก่อนเลือกสีทาบ้าน

เมื่อสีหลังคาบ้านเป็นสีโทนเข้ม สีของตัวบ้านจะเป็นสีอ่อนกว่าเพื่อให้สีของตัวบ้านเข้ากับหลังคา โดยใช้หลักการลงสีแบบหนักเบา เช่น หลังคาสีน้ำเงินตัวบ้านใช้สีฟ้า หรือสีขาว หลังคาสีส้มอิฐตัวบ้านใช้สีเนื้อ หลังคาสีเขียวน้ำทะเล ตัวบ้านใช้สีเขียวอ่อนอีกทั้งเรายังสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับตัวบ้านโดยใช้สีเข้มตัดตามด้านล่างจากพื้นเป็นแนวเพื่อทำให้บ้านดูมีมิติและมีสีสันเพิ่มมากขึ้น home

• การใช้สีที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ ทาสีผนังชั้นล่างให้เข้มกว่าผนังชั้นบนเพื่อให้บ้านดูมีลูกเล่นไม่เรียบจนเกินไป เนื่องจากการทาสีเข้มทั้งหลัง อาจทำให้รู้สีกอึดอัดได้

• ควรดูโทนสีของเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกใช้เป็นหลัก หรือสีที่อยู่ในรายละเอียดต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้เป็นเฉดสีหลัก โดยแบ่งโทนตามความเหมาะสม เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งรอบตัวนั้นมักจะเป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์เลือกคู่สีไว้ให้แล้ว

• คิ้วบัว สามารถใช้สีขาว หรือจะเล่นสีก็ได้ แต่อาจต้องระวังไม่ให้เข้มจนเกินไป

• ไม้เชอร่า เชิงชาย และฐานอาคาร ควรเลือกใช้โทนสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกับตัวบ้าน โดยเพิ่มระดับความเข้มอ่อนของเฉดสี ให้มีน้ำหนักความโดดเด่น

• วงกบหน้าต่าง ประตู ปัจจุบันมักเป็นกรอบวงกบอะลูมิเนียมเคลือบสีขาว แต่หากเป็นไม้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสีขาว สีโทนไม้ธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล หรือสีโทนเดียวกับตัวบ้านแต่เข้มข้น

การผสมสีทาบ้าน

เฉดสีทาบ้านนั้นสำคัญมาก

สีนั้นมีพลังต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเรา ดังนั้นเฉดสีต่างๆ ที่จะนำมาทาบ้านจึงให้อารมณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละเฉดสี บางสีอาจจะทำให้รู้สึกปลอดโปร่งสบายตาสบายใจ บางสีทำให้ดูอบอุ่น หนักแน่นหรือบางสีก็ทำให้รู้สึก กระปรี้ กระเปร่า ตื่นเต้นซึ่งการเลือกเฉดสีที่จะทาตัวบ้านหรือภายในห้องนั้นต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยด้วย เช่นกัน เช่น ตัวบ้านควรใช้โทนสีที่เข้ากับสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นๆ ห้องอ่านหนังสือ ห้องน้ำควรเป็นโทนสว่าง ห้องนอน ห้องนั่งเล่นใช้สีโทนอบอุ่น หรือห้องที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอเราก็สามารถใช้สีเฉดสว่างเพิ่มความสว่างให้กับห้องนั้น ๆ ได้ เป็นต้น

  • สีทาบ้านโทนสีร้อน เช่น สีแดง สีส้ม สีชมพู สีเหลืองสด เป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกถึงพลัง เร่าร้อน และความกระตือรือร้น เมื่อนำมาใช้ตกแต่งบ้าน คุณจะมีความรู้สึกกระปรี่กระเปร่า กระฉับกระเฉงตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรเลือกโทนสีเหล่านี้ ไว้ใช้ตกแต่งในห้องอาหาร ห้องครัว ห้องจัดเลี้ยง หรือห้องที่มีกิจกรรมเคลื่อนไหว ตามหลักจิตวิทยาแล้วสีทาบ้านโทนสีร้อน จะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกเจริญอาหาร รู้สึกคึกคัก และตื่นตัวตลอดเวลา หากคุณเคยลองสังเกตุ ตามร้านอาหาร
  • ประเภทอาหารจานด่วน มักที่จะตกแต่งร้านด้วยโทนสีร้อน สีแดงแจ๊ด เหลืองจ๋า หรือดำทึบไปเลย เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ารับประทานอาหารได้รวดเร็วมากขึ้น ถ้าหากคุณอยากจะทำให้บรรยากาศบ้านมีความแอคทีฟ ก็เลือกโทนสีทาบ้านสีร้อนมาตกแต่งบ้าน แต่ระวังกันสักนิด ไม่ควรใช้โทนสีเข้ม หรือสีสดมาตกแต่งมากเกินไป เพราะจะทำให้ตัวเราเองนั่นแหละ รู้สึกไม่สบายตา อึดอัด ปวดหัว และหงุดหงิด ใจร้อนมากขึ้น หากต้องการใช้โทนสีร้อนมาทาสี บ้าน จริง ๆ อยากแนะนำให้ลดความเข้มลงมานิดหน่อย หรือทาผนังห้องเพียงด้านเดียว และเน้นเพิ่มเป็นของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ แทน เพียงเท่านี้บ้านของเราก็ดูเก๋ไก๋มีสไตล์แล้วล่ะ
  • สีทาบ้านโทนเย็น เช่น สีเขียว สีฟ้า สีขาว สีเหลืองอ่อน เป็นโทนสีที่มองแล้วเรารู้สึกสดชื่น สงบ ผ่อนคลาย ชวนเชิญให้เราอยากนั่งเล่นพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน เป็นโทนสีที่เหมาะมากในการนำมาตกแต่งห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องน้ำ
  • สีทาบ้านโทนเย็น จะทำให้คุณรู้สึกถึงความเป็นมิตร เป็นโทนสีสุด HOT สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียการตกแต่งบ้านเพื่อช่วยลดความเครียด สีทาบ้านโทนสีเย็น สามารถช่วยคุณได้
  • สีทาบ้านโทนสีอบอุ่น เช่น สีเหลือง สีม่วง ส้มอ่อน น้ำตาลอ่อน สีเหล่านี้จะเป็นโทนสีกลางๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน และเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการนำไปตกแต่งห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องสำหรับการนั่งเล่นพักผ่อน
  • สีทาบ้านโทนสีหวาน เป็นโทนสีอ่อน ที่มีสีขาวผสมอยู่ด้วย เช่น ฟ้าอ่อน เขียวอ่อน เหลืองอ่อน ครีม โทนสีทาบ้านเหล่านี้ จะให้ความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล ละมุนละไม น่ารักชวนฝัน เหมาะสำหรับนำมาใช้ตกแต่งห้องนอนสำหรับเด็ก หรือสาวหวาน จะเหมาะมาก รับรองเลยว่าถูกใจแน่นอน home

ชนิดของสีทาบ้าน

1.สีน้ำมันหรือสีเคลือบเงา ใช้สำหรับทางานไม้หรือโลหะ จะเพิ่มความเงางามอีกทั้งยังสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ใช้น้ำมันหรือทินเนอร์เป็นตัวผสมทำให้สีเจือจาง

2. สีย้อมไม้ การใช้งาน เหมาะสำหรับใช้กับงานไม้ภายนอกและภายในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น วงกบ ประตู หน้าต่าง รั้วบ้าน ผนัง ราวบันได เฟอร์นิเจอร์สนาม เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ช่วยรักษาเนื้อไม้และขับเน้นให้สีไม้สวยงามขึ้น

3.สีพลาสติกหรือสีอะคริลิค เป็นสีน้ำพลาสติก ใช้น้ำเป็นตัวผสมทำให้สีเจือจาง แต่เมื่อสีแห้งแล้วจะไม่ละลาย หรือหลุด ลอกไปตามน้ำ สีชนิดนี้เหมาะสำหรับทาผิวพื้นปูนหรือคอนกรีตทั่วไปรวมทั้งอิฐและกระเบื้องแผ่นเรียบด้วย ซึ่งแบ่งได้ 2 ชนิด ตามลักษณะการใช้งานคือ สีทาภายในและสีสำหรับทาภายนอก สีพลาสติกสำหรับทาภายนอกจะมีคุณสมบัติในการทนแดดและฝนได้ดีกว่าสีชนิดทาภายใน นอกจากนี้สีพลาสติกต่างยี่ห้อก็ยังมีคุณสมบัติและความคงทนของสีแตกต่างกันออกไปด้วย

ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและปริมาณของเนื้อสีที่มีอยู่ทั้งนี้ระดับราคาก็แตกต่างกันไปด้วย ทั้งนี้ขั้นตอนในการเลือกใช้สีก็มีส่วนช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงามและคงทนด้วย โดยเริ่มจากการเลือกใช้สี ควรเลือกตามสเป็คหรือเบอร์สี สีขาวหม่นและสีธรรมชาติจะเหมาะสมที่สุดเพราะจะช่วยปิดบังรอยมือหรือความสกปรกได้ดีกว่าสีอื่น ๆ ห้องแต่ละห้อง อาจใช้สีที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ละบริษัทผู้ผลิตสีจึงผลิตสีออกมาให้เลือกกันหลากหลาย เราจึงไม่ควรนำสีต่าง ๆ มาผสมเองเพราะมีโอกาสที่สีอาจผิดเพี้ยนไปได้ง่ายและไม่ควรนำสีเก่าหรือด้อยคุณภาพมาใช้ด้วย ทาบ้านสีไหนดี

สีชนิดทาภายนอกอาคาร สีที่จะทาในส่วนภายนอกอาคารหรือตัวบ้านทั้งหมด พื้นที่ส่วนนี้มักใช้สีประเภทอะคริลิค (Pure Acrylic Paint) เนื่องจากทนแดดทนฝนได้ดี หลุดร่อนยากและทำความสะอาดง่าย

สีน้ำพลาสติกทาภายใน เหมาะกับการทาสีภายในบ้าน ห้องต่างๆ ภายใน บ้าน สำหรับพื้นที่ที่ไม่โดนแดดโดนฝน ไม่ควร ทาสีในขณะที่พื้นผิวชื้อเพราะจะทำให้ขึ้นรา หรือสีหลุดร่อน บวมออกมาได้

เทคนิคการทาสีบ้าน

  • ควรมีการเตรียมพื้นผิวที่ดีว่าพื้นที่จะทานั้น แห้งสนิทไม่มีสภาพเป็นกรดด่าง หรือมีฝุ่นเกาะ ควรเป็นผนังที่ฉาบเรียบ ไม่มีรอยแตกร้าวการทาสีทุกประเภทจะทาประมาณ 2 – 3 รอบและไม่ควรทาสีเกิน 5 รอบ เพราะจะทำให้ชั้นของสีมีความหนาเกินไป และหลุดร่อนได้ง่าย
  • การทาสีทับหน้า สีทับหน้าหรือสีชั้นนอก มีเฉดสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย ควรทาทับหน้า 2-3 ครั้ง โดยทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทเสียก่อนจึงทาทับครั้งต่อไป
  • สีรองพื้น คือ สีที่ใช้ทาบนพื้นผิวก่อนทาสีจริงทับหน้า เพื่อช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีและป้องกันความเสียหาย จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสีทับหน้ากับพื้นผิว
  • เมื่อจะเริ่มทาสีต้องคนสีให้เข้ากันเสียก่อน เพราะสีที่ถูกทิ้งไว้นานๆ จะนอนก้นใช้น้ำมันสนผสมเล็กน้อยเพื่อให้มี ความหนืดพอดี กวนสีและน้ำมันสนให้เข้ากัน
  • ใช้แปรงทาสีจุ่มลงไปแค่ปลายๆแปรง แล้วเริ่มทาจากขอบชิ้นงานด้านใดด้านหนึ่ง โดยเมื่อทาแนวแรกแล้วให้ทาแนวที่สองให้เกยทับแนวแรกเล็กน้อยตลอดชิ้นงาน
ปิดความเห็น บน การผสมสีทาบ้าน